หน้าเว็บ

วิสัยทัศน์ กศน.แขวงบ้านพานถม เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี



ขับไล่ ผอ.กศน.

(28 มิ.ย. 61 )  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครูและนักเรียน ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเขมราฐ จ.อุบลราชธานี ได้รวมตัวกันขับไล่ ผอ.กศน.อำเภอเขมราฐ จ.อุบลราชธานีโดยกลุ่มครู-นักศึกษา ผู้ร่วมชุมนุมได้กล่าวโจมตีการปฎิบัติหน้าที่ไม่โปร่งใสของผู้บริหาร กศน.อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี

ระบุมีความประพฤติตนไม่เหมาะสมเป็นผู้บริหารใช้อำนาจข่มเหงรังแกกลั่นแกล้งครูชั้นผู้น้อย ใช้วาจาไม่สุภาพกับคณะครู กศน. ใช้อำนาจตามอำเภอใจของตนเอง  ด้วยการปลดคณะกรรมการสถานศึกษา(ชุดเก่า) กศน. ออก โดยไม่แจ้งก่อนล่วงหน้าไม่ให้เกียรติกรรมการสถานศึกษาผู้บริหารปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบและมีการทุจริตในการจัดชื้อจัดจ้าง

นางอภิรดี ตำแหน่งผู้สอนคนพิการ กศน.เขมราฐ กล่าวว่า ตนเองและเพื่อนครูต่างก็พยายามก้มหน้า ก้มตาทำงานอย่างเต็มที่ แม้จะทราบว่าผู้บริหารปฎิบัติหน้าที่ไม่โปร่งใส เพราะเกรงอิทธิพล แต่สุดท้ายก็ไม่ไหว เพราะต่างก็ได้รับความเสียหาย และได้รับผลกระทบโดยตรง

จึงได้มีการร้องเรียนไปยัง กศน.จังหวัด แต่เวลาผ่านไปก็ไม่มีความคืบหน้า จึงต้องนัดหมายมารวมตัวกันขับไล่ ซึ่งพฤติกรรมที่ส่อว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นมีหลายอย่างเช่น เรียกรับเงินต่อสัญญาจ้างจากลูกจ้าง ,  การลาของบุคลากร มี 2 มาตรฐาน ,  การนำรถยนต์ของทางราชการไปใช้ส่วนตัว โดยเฉพาะการเบิกจ่ายเงินงบประมาณที่เป็นเท็จ มีแต่ชื่อแต่ไม่มีการปฎิบัติจริงหลายโครงการที่ผ่านมาขาดคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพครู กศน.ไม่ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารที่ดี ไม่สามารถให้คำปรึกษาแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา  ,  ใช้อำนาจข่มเหงรังแกกลั่นแกล้งครูชั้นผู้น้อย ขาดหลักธรรมาภิบาล
ใช้วาจาไม่สุภาพกับคณะครู กศน. ไม่มีการแจงงานที่เป็นระบบ มุ่งเอาแต่ผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง จึงขอให้มีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน การเบิกเงินงบประมาณที่ส่อไปในทางทุจริต ส่งผลกระทบต่อกระบวนการจัดการเรียนการสอนเป็นเหตุให้นักศึกษาไม่ได้รับการส่งเสริมเวลาพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ

และขอให้มีการตรวจสอบคุณธรรม จริยธรรมในการบริหารงาน รวมทั้ง 1.ขอให้ย้าย นายกุศลศักดิ์ ผอ.กศน.อำเภอเขมราฐ ออกนอกพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง  2.ขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน และ  3.ขอให้เอาผิดทางวินัยและดำเนินคดีอาญาให้ถึงที่สุด
ต่อมา  นางธนัชศรณ์ รอง ผอ.กศน.จ.อุบลฯ  พร้อมคณะเดินทางมาพบครูและนักศึกษา โดยเชิญครูและนักศึกษาพร้อมด้วย ผอ.กศน.เขมราฐ เข้าร่วมประชุมรับทราบปัญหาพร้อมกับผู้แทนฝ่ายปกครอง ทหารและ ตำรวจ สภ.เขมราฐ ซึ่งในที่ประชุมได้ข้อยุติโดย นายกุศลศักดิ์  ผอ.กศน.เขมราฐ ได้ยอมลงชื่อเพื่อขอย้ายตัวเองออกจากอำเภอเขมราฐโดยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งที่ประชุมได้ข้อสรุปคณะครูและนักศึกษาพอใจจึงได้แยกย้ายกันเดินทางกลับ

ประวัติพระครูยาพ่อบุญชุ่ม @13 ชีวิตทีมหมูป่า

ระวัติพระครูบาพ่อบุญชุ่ม
พระครูบาพ่อบุญชุ่ม ญาณสํวโร แห่งวัดพระธาตุดอนเรือง เมืองพง รัฐฉาน เกิดเมื่อวันอังคารที่ 5 ม.ค. 2508 เวลา 09.00 น. ที่หมู่บ้านแม่คำหนองบัว ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย มีชื่อเดิมว่า บุญชุ่ม ทาแกง เป็นบุตรของ พ่อคำหล้า แม่แสงหล้า ทาแกง โดยก่อนที่คุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่ได้ฝันว่า ได้ขึ้นภูเขาไปไหว้พระพุทธรูปทองคำองค์ใหญ่เหลืองอร่าม แล้วสะดุ้งตื่น

เมื่อช่วงวัยเด็ก เคยป่วยด้วยพิษไข้มาลาเรีย เกือบเอาชีวิตไม่รอด คุณแม่แสงหล้าจึงนำไปฝากไว้กับญาติผู้ใหญ่ คือแม่คำ พ่อคำหล้า

การดำเนินชีวิตของท่านได้รับความลำบากทุกข์ยากต่างๆ แต่กลับทำให้พระครูบาเจ้าฯ มีความเข้มแข็ง อดทน เป็นนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ ดังในช่วงที่ท่านอยู่กับลุงน้อยจันตา มีลูกเลี้ยงของลุงเป็นคนเชื้อสายเขมร รังแก บังคับ ตีต่อย ให้ทำงานหนัก แต่ท่านก็ไม่ถือสาหาความ เพราะท่านผ่านความทุกข์ใหญ่หลวงมามากแล้ว เรื่องแค่นี้ท่านมีความเข้มแข็ง ผ่านพ้นไปได้และมีอยู่วันหนึ่ง หลังจากหยุดพักจากงานและนั่งพักผ่อน ท่านมีนิสัยที่ชอบชุ่มชื่นรื่นเริงจึงขับร้องเล่นซอเมืองเหนืออย่างสบาย อารมณ์ คนงานในบ้านก็โกรธท่านหาว่าเกียจคร้าน เอาก้อนดินใหญ่มาขว้างปาใส่หัวจนเจ็บและมึนงงไปหมด เกือบสลบ แต่ท่านก็ไม่บอกเรื่องที่ถูกคนใช้ทำร้ายให้กับคุณลุง คุณป้า เพราะกลัวคนทำจะเดือดร้อนถูกไล่ออก

เมื่อปี 2517 ได้เข้ามาเป็นเด็กวัด ที่วัดบ้านด้าย จนปี 2519 ท่านได้บวชเรียนตามปณิธานที่ตั้งไว้ตั้งแต่เยาว์วัย โดยได้บรรพชาเป็นสามเณรที่ วัดศรีบุญยืน ตำบลป่าสัก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยมีพระครูหิรัญเขตคณารักษ์ วัดศรีบุญเรือง อำเภอแม่จัน เจ้าคณะอำเภอเชียงแสนเป็นพระอุปัชฌาย์ จนต่อมาได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อปี 2529 และได้จาริกไปตามที่ต่างๆ มากมาย ทั้งภาคเหนือของไทย พม่า เนปาล อินเดีย ภูฏาน ฯลฯ

พระครูบาบุญชุ่ม เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวไทยในแถบภาคเหนือ ประเทศลาว ประเทศพม่า รวมไปถึงสมาชิกพระราชวงศ์ภูฏานด้วย

สถานที่ตั้งที่พำนัก ของ "ครูบาบุญชุ่ม"  ถ้ำพระโพธิสัตย์ราชคฤห์ แม่แก้ เมืองงาว จ.ลำปาง ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท เป็นถ้ำหินปูนอีกแห่งหนึ่ง มีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม ตั้งอยู่ใกล้หมู่บ้านแม่แก้ อำเภองาว จังหวัดลำปาง การเดินทางใช้เส้นทางรถยนต์จากอำเภองาวถึงหมู่บ้านแม่แก้ ระยะทางประมาณ 21 กิโลเมตร และเดินทางเท้า เข้าไปยังถ้ำประมาณ 300 เมตร

องค์พ่อครูบาเจ้าบุญชุ่ม ญาณสํวโร เคยบอกว่าเคยลาพุทธภูมิแล้ว 3 ครั้ง แต่ลาไม่ได้ เพราะได้รับพุทธพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าแล้ว ท่านเป็นพระนิยตโพธิสัตว์ พวกเราบอกว่าขอเป็นสาวกของท่านได้ไหม ท่านบอกว่าไม่ต้องรอ มันนานมาก
ถ้าท่านลาพุทธภูมิได้ท่านจะเข้าพระนิพพานชาตินี้เลย เพราะท่านพูดว่าท่านเบื่อการเกิดมากเกิดมาแล้วก็เป็นทุกข์ทั้งสิ้น ท่านบอกว่าถ้าเข้าพระนิพพานได้ก่อนให้เข้าพระนิพพานไปเลย

องค์พ่อครูบาท่านรักในหลวงมาก ท่านบอกว่าได้สวดมนต์แผ่เมตตาให้ในหลวงทุกวัน

องค์พ่อครูบาบอกว่าจะไม่ด่าว่าใคร เพราะมีวาจาสิทธิ์ เคยว่าคนที่ชอบ ลักเงินทองของพระว่าเทวดาจะไม่รักษาชีวิตภายใน 7 วันจะเสียชีวิต แล้วผู้ชายคนนั้นก็เสียชีวิตจริงๆ โดยประสบอุบัติเหตุ

องค์พ่อครูบาท่านบอกว่ามีบางคนคิดไม่ดี ที่เห็นท่านแจกเงินชาวบ้านความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น ลูกศิษย์ที่มาถวายท่าน ท่านก็ถวายต่ออีกท่านบอกว่ามีหมื่นก็แจกหมื่น มีพันก็แจกพัน ไม่ได้ยึดติดในเงินทองเพราะศรัทธาญาติโยมนำมาทำบุญด้วย ที่ท่านแจกเพราะท่านได้เผยแพร่บุญให้กับคนที่บริจาคกับท่านให้ได้บุญมากๆ ขึ้น

ท่านสั่งให้ลูกศิษย์ทำโกฏบรรจุศพท่าน ท่านไม่ต้องการให้เผาร่างท่าน เพราะยุงตัวเดียวท่านยังไม่ตบเลย ถ้าเผาท่านกลัวว่า มดดำ มดแดง สัตว์เล็กสัตว์น้อย จะตาย

ท่านกล่าวว่าคนที่จะมาพบท่านได้นั้น เหมือนคนที่ถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่ ที่มาพบกับท่านได้สนทนาธรรมใกล้ชิดกันนั้น ต้องมีบุญสัมพันธ์กันมาก่อนถึงจะได้มาพบกัน ท่านกล่าวไว้ในคืนวันศุกร์ที่ 1 มกราคม 2553

ครูบาบุญชุ่ม สอนว่า ในโลกจักรวาลนี้ไม่มีอะไรเป็นแก่นสาร ทุกสิ่งทั้งปวงเกิดดับตามเหตุปัจจัยไหลไปผ่านมาและผ่านไป ไม่มีอะไรเหลืออยู่ ไม่ควรไปยึดมั่นถือมั่นด้วยสิ่งใดทั้งโลกนี้และโลกหน้า จงตั้งจิตอุทิศชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนี้ ถวายเป็นพุทธบูชา น้อมจิตภาวนาให้รู้แจ้งในรูปนามและสังขารอันไม่เที่ยงทุกข์ เป็นอนัตตาไม่ใช่ตัวตนเราเขาอะไร รู้แจ้งด้วยปัญญาตามความจริงว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป นอกจากทุกข์แล้วไม่มีอะไร

พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า ทุกข์ควรกำหนดรู้ สมุทัยเหตุให้เกิดทุกข์ควรประหาร นิโรธ ควรทำให้แจ้ง มรรคควรเจริญภาวนาให้เกิด ธรรมะทุกอย่างรวมอยู่ที่จิตดวงเดียว เมื่อจิตรู้ จิตตื่น จิตเบิกบานอย่างยิ่งแล้วย่อมพ้นจากทุกข์ การบำเพ็ญธรรมปฏิบัติธรรมนี้ไม่ได้หวังเพื่ออะไรเป็นอะไรสักอย่าง แต่เป็นไปเพื่ออยู่เย็นเป็นสุขในชีวิตประจำวัน เพื่อความหมดห่วงหมดอาลัยในโลกทั้งสาม เพื่อนิพพานเท่านั้น ขอให้ทุกคนตั้งใจจริงทำจริงปฏิบัติจริงต่อธรรมะ อย่าท้อถอยเอาชีวิตเป็นเดิมพันถึงจะตายด้วยการปฏิบัติธรรมก็ยอม ให้มีกำลังใจเข้มแข็ง และทำจิตให้อ่อนโยนอ่อนน้อมถ่อมตน    

อย่าคิดว่าเราเป็นคนสำคัญให้ทำตนแบบปกติธรรมดาๆ นี่แหละดีที่สุด เมื่อเราคิดว่าเราเป็นคนสำคัญแล้ว เมื่อผู้อื่นไม่ให้ราคาเรา ไม่นับถือให้ความสำคัญเราแล้ว จิตใจเราจะเป็นทุกข์ร้อนรนสับสนวุ่นวายไปตามกระแสโลกธรรม ขอให้ตั้งใจให้ดีมีสติทุกเมื่อ ทุกขณะจิต เพียงแต่รู้เฝ้า ดูเฝ้าเห็นกายกับใจเคลื่อนไหวไปตามเหตุปัจจัย เป็นเพียงรูปธรรมนามธรรมเท่านั้น เป็นเพียงก้อนทุกข์ ก้อนธาตุ เท่านั้น ไม่ควรไปให้ราคาตัวเองและวัตถุธาตุ สิ่งใดไม่ควรมั่นหมายผูกพันกับสิ่งใดในโลก เราอยู่ในโลกอย่าหลงมายาของโลก ไม่ติดไม่ข้องแวะเกี่ยวกับสิ่งในใจ มีแต่ใจรู้แจ้ง ปล่อยวางสู่ความว่างสภาพเดิมของธรรมชาติแท้

ครูบาบุญชุ่มเทศน์ในตอนท้ายว่า ขอให้ทุกคนจงตั้งจิตตั้งใจให้ดี เราจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์ก็ยาก จะได้มาพบพุทธศาสนาก็ยาก จะพบพ่อดีแม่ดี ครูบาอาจารย์ที่ดีก็ยาก ได้สร้างบารมีมาถึงวันนี้ อายุเราจะยืนมาถึงวันนี้ไม่ใช่ง่าย เราป่วย เราไข้หลายครั้งเพราะว่าทุกดวงจิต ทุกชีวิต ทุกวิญญาณก็เป็นไปตามกฎของทุกขัง อนิจจัง อนัตตา ก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ มันไม่อยู่เหมือนเดิม ก็ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเป็นไปตามธรรมชาติ ฉะนั้นเราได้ประคับประคองธาตุขันธ์ของเราอายุของเรามาถึงวันนี้บุญที่สุดแล้ว และเราจะอยู่ต่อไปอีกกี่ปี กี่เดือน กี่วัน กี่ยาม ก็แล้วแต่บุญกุศลของเรา แล้วแต่ธาตุขันธ์ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของสมมุติ เรายืมเขามาโดยมีธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลมและก็ประกอบด้วยขันธ์ทั้ง ๕ มีรูปธรรมนามธรรมเกิดดับอยู่ตลอด

ขอบคุณข้อมูล Cr : เมืองม่านหมอก

กศน.แขวงบ้านพานถม 110 ถนนกรุงเกษม แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กทม. 10200 โทรศัพท์ 0-2280-8348 โทรสาร 0-2280-8349 มือถือ 083-270-1720