หน้าเว็บ

วิสัยทัศน์ กศน.แขวงบ้านพานถม เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี



กศน.แขวงบ้านพานถม ศึกษาดูงาน โครงการดูงานด้านพัฒนาความร่วมมีระหว่างประเทศในการพัฒนาการศึกษา พัฒนาสังคม พัฒนาชุมชน และพัฒนาเมือง รุ่นที่ 1 ณ ประเทศเกาหลีใต้

รายงานการศึกษาดูงาน
โครงการดูงานด้านพัฒนาความร่วมมีระหว่างประเทศในการพัฒนาการศึกษา พัฒนาสังคม
พัฒนาชุมชน และพัฒนาเมือง รุ่นที่ 1 ณ ประเทศเกาหลีใต้
ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2556

1.ข้อมูลทั่วไป สถานที่ศึกษาดูงาน
ประเทศเกาหลี  ตั้งอยู่ในคาบสมุทรเกาหลี  ภาษาเกาหลี  ชื่อว่า แดฮันบักกุก หรือฮันกุก หมายถึง ชนชาวฮั่น หรือ คนเกาหลี เมืองหลวง คือ กรุงโซล ได้มีการเปลี่ยนแปลงประเทศ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอย่างก้าวกระโดดอยู่ในระดับแนวหน้าของเอเชียและโลก ทั้งด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน สังคม วัฒนธรรม การศึกษา สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี
การจัดการศึกษาในระบบ จัดเป็นระดับเกรด 1-10 เป็นการศึกษาภาคบังคับ ใช้เวลา 6 ปี เป็นการเรียนในระดับประถมศึกษา 6 ปี  ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น  3  ปี และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ปี (สายสามัญและสายอาชีพ) และต่อด้วยระดับอุดมศึกษา โดยมีนโยบายการศึกษาชาติว่า การศึกษาเพื่อพัฒนาคนและพัฒนาประเทศชาติ
โรงเรียนฮันยาง ชิงกี  (โรงเรียนระดับประถมซึ่งเป็นโรงเรียนรัฐบาลและเป็นโรงเรียนซึ่งใช้ศึกษาดูงาน)   มีนักเรียน 700  คน  โดยนักเรียนได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลให้เรียนฟรี  ซึ่งนักเรียนสามารถแต่งชุดไปรเวท มาเรียนได้  เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง มีวิสัยทัศน์  ว่า ความฝันอันยิ่งมากับจิตใจที่สดชื่น
นายโอซากิ   ผู้อำนวยการโรงเรียน ฮันยาง ชิงกี  ได้ให้การต้อนรับคณะครูและเจ้าหน้าที่ ในโครงการดูงานด้านพัฒนาความร่วมมีระหว่างประเทศในการพัฒนาการศึกษา พัฒนาสังคม พัฒนาชุมชน และพัฒนาเมือง รุ่นที่ 1    ผู้บริหารโรงเรียนได้นำคณะศึกษาดูงาน  ชมการสอนแบบเรียลไทม์ของชั้นประถมศึกษาปีที่ 5   ซึ่งทางโรงเรียนได้ทำ MOU  กับโรงเรียนในประเทศออสเตรเลีย  สอนทางอินเตอร์เน็ตผ่านทางระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference)  โดยนักเรียน ได้นำเสนอศิลปะ การแสดง และวัฒนธรรมของชาติตน แนะนำเป็นภาษาอังกฤษให้แก่อีกฝ่าย ผ่าน วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) 

2. องค์ความรู้ที่ได้รับจากากรศึกษาดูงานครั้งนี้ สรุปพอสังเขปดังนี้
การได้มาศึกษาดูงานต่างประเทศ  ครั้งนี้นับว่าเป็นโอกาสที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง   เป็นกำไรชีวิต  เป็นการเติมเต็มความรู้  เปิดโลกทัศน์ให้กว้างไกลซึ่งเป็นการพัฒนาคนให้มีศักยภาพสูงขึ้น  ได้สัมผัสประสบการณ์ตรง ทั้งการเดินทางเข้าสู่ต่างประเทศ ได้เรียนรู้ทั้งด้านการศึกษา ประวัติศาสตร์  เศรษฐกิจ  การเมือง  การปกครอง ความเปลี่ยนแปลง สังคม  วัฒนธรรม  สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีความเป็นอยู่  ความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกัน  การเชื่อมโยงกับประเทศอื่นในโลก   รวมทั้งความรู้ด้านอื่นๆ ที่เป็นวิถีชีวิตของสังคม  ที่ควรเรียนรู้อย่างเข้าใจถึงความเหมือนและความแตกต่างอย่างมีเหตุผล  โดยสรุปเป็นประเด็นดังนี้
ประเทศเกาหลี เป็นประเทศที่มีพัฒนาด้านต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จในระดับต้นๆ  ของโลก  โดยมีปัจจัยที่สำคัญคือ

 1.การศึกษา  ผลการศึกษาที่มุ่งความเป็นเลิศ  การใช้การวิจัยและพัฒนาในการคิดค้นและนำมาใช้ทั้งด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยี การเกษตร การค้าขาย การทำธุรกิจ โดยมุ่งเน้นปลูกฝังให้เด็ก เยาวชน ประชาชนเป็นคนที่มีคุณธรรม มีวินัย ซื่อสัตย์ ขยัน กตัญญู เคารพพ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้อาวุโส จากผลการสอบของ PISAนักเรียนเกาหลีมีผลด้านการอ่านเป็นอันดับหนึ่งของโลก  โรงเรียนและผู้ปกครองให้ความสำคัญกับการปลูกฝังให้รักการอ่าน  การศึกษา  ค้นคว้า  ทำให้เกิดความรู้  ความคิดสร้างสรรค์  ส่งผลต่อการต่อยอดในการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง
2. ด้านวัฒนธรรม เป็นปัจจัยสำคัญในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของคนเกาหลี  ซึ่งประชาชนเกาหลีจะตรงต่อเวลามาก ซื่อสัตย์ ขยัน กตัญญู รักชาติ (ชาตินิยมสูง) มุ่งทำงานที่มีคุณค่าต่อตนเองและประเทศชาติ
3. ด้านสิ่งแวดล้อม มีผลต่อจริยธรรมในการทำงาน เช่น ความทุกข์ยากจากการรุกรานของต่างชาติ การถูกรังแกจากในอดีต นิสัยการทำงานที่ระเบียบจากการเรียนรู้ ประชากรที่หนาแน่นและอากาศที่หนาวเย็น ทำให้เป็นคนขยันและทำงานหนัก
ในกรุงโซลได้สร้าง คลองชองแกชอน ขึ้นมาใหม่  โดยใช้งบประมาณหนึ่งหมื่นห้าพันล้านบาท และเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นเงินกว่าแปดแสนล้านบาท  มีประชาชนทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย  แต่เพื่อเป็นการรักษาสภาพแวดล้อมในกรุงโซลให้ฟื้นฟูกลับมาสวยงามอีกครั้ง  คลองขุดซึ่งความยาว 5.84 กิโลเมตร     จึงแล้วเสร็จ และมีบทบาทต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรในกรุงโซลเป็นอย่างยิ่ง
ประวัติคลองชองแกชอน
“คลองชองแกชอน คลองโบราณในสมัยราชวงศ์โชซอน อายุกว่า 600 ปี ความยาวประมาณ 5.84 กิโลเมตร  ไหลผ่านย่านใจกลางกรุงโซล  แต่ในช่วงค.ศ. 1957 - 1977 ได้มีการพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด  ทําให้คลองถูกถมเป็นถนนและทางด่วน  เกิดตึกสูงมากมาย  คลองชองแกชอนก็เริ่มเน่าเสียและตื้นเขิน  เรียงไปด้วยชุมชนแออัด  กระทั่ง ปี ค.ศ.2002  นายลี มยองปาก  ได้รับตําแหน่งเป็นผู้ว่าการกรุงโซล  ได้เสนอโครงการฟื้นฟูคลองชองแกชอน  โดยมีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนต่อต้านจํานวนมาก  จนต้องมีการประชุมร่วมกัน  มากกว่า 2,000 ครั้ง  แต่โครงการก็เริ่มขึ้นได้ด้วยดีในวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2003 โดยเริ่มทุบทางด่วน และรื้อถนนโดยรอบมากมาย จนแล้วเสร็จในปีค.ศ. 2005 มีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 2005
ใช้งบประมาณกว่า 380,000,000,000 วอน หรือราวๆหนึ่งหมื่นห้าพันล้านบาท พร้อมกับฟื้นฟูธรรมชาติสองฝั่งคลอง ขุดท่อผันน้ำจากแม่น้ำฮันเข้ามาที่ต้นคลอง มีการสร้างน้ำพุตลอดแนว และมีน้ำตกเป็นแนวกั้นน้ำฝน มีสะพานกว่า 22 แห่ง และทางเดินเลียบคลอง จนปัจจุบันคลองชองแกชอนได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่สําคัญมากในกรุงโซล

4.เศรษฐกิจ เศรษฐกิจของประเทศเกาหลีอยู่ในระดับต้นๆของเอเชียและระดับโลก  โดยมีการทำอุตสาหกรรมหนัก เพื่อพัฒนาประเทศ เพื่อบริโภคของคนในประเทศและส่งออก นำรายได้เข้าประเทศ  เช่น การผลิตรถยนต์ อุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์เทคโนโลยี นอกจากการเกษตรกรรม สามารถสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ การท่องเที่ยว สามารถทำรายได้เข้าประเทศสูงมาก
5.การเมือง การปกครอง มีผู้นำที่เข้มแข้ง มีวิสัยทัศน์  ซื่อสัตย์  รัฐบาลที่มั่นคง  มีความสามารถในการบริหาร มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นทุกระดับอย่างแท้จริง รัฐบาล ได้นำประเทศให้ยืนอยู่ในเวทีโลกได้อย่างสง่างาม ทำให้ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ
6.การวิจัยและการพัฒนา ประเทศเกาหลี ให้ความสำคัญมากเพื่อต้องการนำองค์ความรู้มาใช้ในการพัฒนา ในการแข่งขัน สร้างรายได้ให้มีมูลค่าสูงขึ้น หรือ การลอกเลียน การซื้อลิขสิทธิ์ มาต่อยอดผลิตภัณฑ์ ให้มีคุณภาพ สร้างรายได้มหาศาล เช่น การผลิตรถยนต์  การสร้างภาพยนตร์  การสร้างกระแสการท่องเที่ยว การมีศูนย์วิจัยสมุนไพร การพัฒนาการผลิตการเกษตร ฯลฯ
7. เทคโนโลยี ประเทศเกาหลีสามารถสร้างเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อบริโภคและเป็นสินค้าส่งออกได้อย่างมีคุณภาพ เช่น  สินค้าของ บริษัทซัมซุง ซึ่งเป็นบริษัทที่มีกิจการมากที่สุดและเป็นอันดับหนึ่งของประเทศเกาหลี บริษัทแอลจี  เป็นต้น
8. โครงสร้างพื้นฐาน ทั้งที่ทรัพยากรภายในประเทศมีค่อนข้างจำกัด แต่โครงสร้างพื้นฐานมีความพร้อมและเป็นระบบ ทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชน สะดวก  สบาย  สามารถติดต่อ สื่อสาร ลดปัญหาทางสังคมหรือความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้ 
ระบบไฟฟ้า  ประปา ได้มาตรฐาน  การเดินสายไฟใช้ระบบฝังท่อลงดิน   ถนนหนทางดีมาก สิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะขั้นพื้นฐาน เช่น ห้องน้ำสาธารณะ สวนสาธารณะ มีความสะดวก  สะอาด  ปลอดภัย 
9. การมีงานทำ  ประชาชนเกาหลี  มีการเรียนอย่างมุ่งมั่นและแข่งขันสูง  เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ต้องมีงานทำ และทำงานตามที่ตนเองต้องการ  มีรายได้อย่างมั่งคง  รักองค์กรและทำงานเพื่อองค์กร  ทำให้ครอบครัว และสังคมเข้มแข็ง  (งานที่ประชาชนเกาหลีไม่อยากทำ  เช่น  งานบริการ  งานสกปรก)
10. การปกครอง  ประเทศเกาหลี ปกครองในระบอบประชาธิปไตย ประมุขของประเทศ คือ ประธานาธิบดี ซึ่งได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนให้เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร  มีนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา  รัฐสภาเป็นองค์กรนิติบัญญัติ และศาลทําหน้าที่ทางตุลาการ ทั้งนี้ เกาหลีใต้มีการแบ่งเขตการปกครอง เป็น  9  จังหวัด และ 7 เขตการปกครอง  (โซล  ปูซาน  อินชอน     แตกู  กวางจู   แตชอน)
          ศาลาว่าการกรุงโซล หลังใหม่สร้างขึ้นมาเคียงคู่กับอาคารหลังเก่ามีความสูง 13 ชั้น ซึ่งเปิดทำการเมื่อเดือนกันยายน ปี 2555
โดยช่วงที่ได้ไปศึกษาดูงาน ณ ศาลาว่าการ  มีผู้ชุมชนเรียกร้องสิทธิ แต่การชุมนุมเป็นไปด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย  การชุมนุม มีระยะเวลาที่แน่นอนซึ่งต้องแจ้งให้ทางการทราบก่อนล่วงหน้า
 
4.ข้อคิด/ข้อเสนอแนะในการศึกษาดูงาน
 1. โครงการดูงานด้านพัฒนาความร่วมมีระหว่างประเทศในการพัฒนาการศึกษา พัฒนาสังคม พัฒนาชุมชน และพัฒนาเมือง รุ่นที่ 1  นี้นับว่าเป็นโครงการที่ดีมากสำหรับการพัฒนาประสบการณ์ของผู้เข้าร่วม  ให้มีความรู้ ความสามารถ  มีประสบการณ์ที่กว้างไกลมากขึ้น   ถือว่าเป็นโครงการที่เป็นแบบอย่างได้ในการพัฒนาครูและบุคลากรเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานการสอนได้ดีเป็นอย่างยิ่ง
2. ขอขอบคุณ ผู้รับผิดชอบโครงการ/ผู้ประสานงานโครงการ และผู้เกี่ยวข้องในการศึกษาดูงานทำให้ได้เรียนรู้อย่างมีคุณค่าและรู้จักกัน แลกเปลี่ยนทัศนคติ แนวความคิด  มีความเป็นเพื่อน  พี่น้อง  อย่างประทับใจ และหวังว่าคง ได้รับโอกาสดีๆ อีกต่อไป



นายปฐมพร ธัมมาภิรัตตระกูล













กศน.แขวงบ้านพานถม 110 ถนนกรุงเกษม แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กทม. 10200 โทรศัพท์ 0-2280-8348 โทรสาร 0-2280-8349 มือถือ 083-270-1720

หนังสือ กศน.

ข่าวการศึกษา